ตัวอย่างข้อบังคับนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

ข้อบังคับนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

………………………………………………………………

หมวดที่ 1

บททั่วไป

ข้อ 1.      ข้อบังคับนี้เรียกว่า  “ ข้อบังคับนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ”  และนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรนี้มีชื่อว่า

“ นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร……………………………. ”  เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า

“ ………………………………HOUSING ESTATE JURISTIC PERSON ”

ข้อ  2.     ในข้อบังคับนี้

                “นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร”หมายถึง “นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร……………………………………...”

                “หมู่บ้าน”  หมายถึง  “โครงการหมู่บ้าน………………………………………………………………”

                “ผู้จัดการ”  หมายถึง  “ผู้จัดการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร……………………………………………..”

                “คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร” หมายถึง บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งตามข้อ 57 ของข้อบังคับนี้ มีฐานะเป็นผู้แทนของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ในกิจการเกี่ยวกับบุคคลภายนอก และดำเนินการใด ๆ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของข้อบังคับและพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน

                “สิทธิในที่ดิน” หมายถึง  กรรมสิทธิ์และให้ความหมายรวมถึงสิทธิครอบครองด้วย

                “ผู้จัดสรรที่ดิน” หมายถึง ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินและให้ความหมายรวมถึงผู้รับโอนใบอนุญาตด้วย

                “ผู้ซื้อที่ดินจัดสรร”  หมายถึง  ผู้ทำสัญญากับผู้จัดสรรที่ดินเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินจัดสรร  และให้ความหมายรวมถึงผู้รับโอนสิทธิในที่ดินคนต่อไปด้วย

                “สมาชิก”  หมายถึง  สมาชิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งจะประกอบไปด้วย ผู้จซื้อที่ดินจัดสรรทุกรายที่ได้ซื้อที่ดินจัดสรรจากผู้จัดสรรที่ดิน  และผู้จัดสรรที่ดินในกรณีที่มีที่ดินจัดสรรแปลงย่อยที่ยังไม่มีผู้ใดซื้อ  และได้โอนกลับมาเป็นของผู้จัดสรรที่ดิน

                “ระบบสาธารณูปโภค”  หมายถึง  ระบบหรือการบริการที่ได้จัดให้มีขึ้น  เพื่อการจัดสรรที่ดินเพื่อแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาต  เช่น  ถนน  สวน  สนามเด็กเล่น

                “ค่าใช้จ่าย”  หมายถึง  ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค  การดูแลรักษาความปลอดภัย  ความสะอาด  และค่าบริหารการจัดการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

                “อัตราค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภค”  หมายถึง  อัตราค่าใช้จ่ายที่คิดจากอัตราส่วนค่าใช้จ่ายตามจำนวนเนื้อที่ดิน  ที่สมาชิกถือครอง

                “อัตราเรียกเก็บค่าใช้จ่าย”  หมายถึง    อัตราค่าใช้จ่ายที่สมาชิกจะต้องชำระ  เพิ่อการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภค  รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บตามประเภทของการใช้สอยและค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการจัดให้มีขึ้นเฉพาะกลุ่ม

                “บริการสาธารณะ”  หมายถึง  การให้บริการหรือสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการจัดสรรที่ดินกำหนดไว้ในโครงการที่ขออนุญาตจัดสรรที่ดิน

                “คณะกรรมการ”  หมายถึง  คณะกรรมการจัดสรรที่ดินซึ่งเป็นผู้ปฎิบัติการในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน

                “พนักงานเจ้าหน้าที่”  หมายถึง  เจ้าพนักงานที่ดินซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติการในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน

                “พระราชบัญญัติ”  หมายถึง  พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน  .. 2543

                “เงินกองทุน”  หมายถึง  เงินทุนเมื่อเริ่มทำกิจการอย่างใดอย่างหนึ่ง  ตามข้อบังคับหรือตามมติที่ประชุมใหญ่

                “นิติบุคคลตามกฎหมายอื่น”  หมายถึง  นิติบุคคลตามกฎหมายอื่นที่จัดตั้งตามมาตรา 44 (1)  แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน  .. 2543

                “รัฐมนตรี”  หมายถึง  รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.. 2543

ข้อ 3.      การใช้ประโยชน์ภายในแปลงที่ดินจัดสรร ให้ใช้เพื่อการพักอาศัยเท่านั้น ยกเว้นบ้านเลขที่………..  ซึ่งสามารถประกอบกิจการพาณิชย์ได้ตามที่ปรากฏแล้วในผังโครงการ  และการประกอบกิจการนั้น  จะต้องไม่ขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีหรือความสงบเรียบร้อยของหมู่บ้าน

                การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ใช้ประโยชน์จากที่กำหนดไว้ในข้อ 3 ไปใช้เพื่อใช้ประโยชน์อื่นๆ  จะต้องได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการ  และสมาชิกที่มีอาณาเขตที่ดินแปลงติดๆกัน

ข้อ 4.      ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับผู้จัดสรรที่ดิน  สมาชิก  คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร  ผู้จัดการ  พร้อมทั้งบริวารหรือผู้แทนทุกคนภายในหมู่บ้านจัดสรร  และให้บังคับใช้รวมถึงผู้ใช้บริการอื่นๆ  นับแต่วันที่ได้จดทะเบียนเป็นต้นไป  การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับให้เป็นไปตามข้อมติที่ประชุมใหญ่ภายใต้บัญญัติแห่งพระราชบัญญัติ  และข้อบังคับนี้ถ้ามีมติถูกต้องแล้วให้คณะกรรมการนำไปจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน  เจ้าหน้าที่  และเมื่อเจ้าหน้าที่ไดจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงแล้ว จึงมีผลสมบูรณ์บังคับใช้

ข้อ 5.      นอกจากที่ได้ตราไว้ในข้อบังคับแล้ว ให้ใช้บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติ , กฎกระทรวง , ระเบียบของคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางเป้นข้อบังคับของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

ข้อ 6.      นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการ  ดูแลทรัพย์ สาธารณูปโภค , บริการสาธารณะ ตลอดจนบัญชีการเงิน  และความเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน  และให้มีอำนาจกระทำการใดๆ  เพื่อประโยชน์สูงสุดในการอยู่อาศัยและการใช้ร่วมกัน   ทั้งนี้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และมติของที่ประชุมใหญ่ และ/หรือ มติของคณะกรรมกรรหมู่บ้านจัดสรรภายใต้บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติ  เช่น

6.1        กำหนดระเบียบเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์สาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ

6.2        กำหนดระเบียบเกี่ยวกับการอยู่อาศัยและการจราจรภายในที่ดินจัดสรร

6.3        เรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคในส่วนที่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีหน้าที่บำรุงรักษาจากสมาชิก

6.4        ยื่นคำร้องทุกข์หรือเป็นโจทก์ฟ้องแทนสมาชิกเกี่ยวกับกรณีที่กระทบสิทธิหรือประโยชน์ของสมาชิกจำนวนตั้งแต่สิบรายขึ้นไป

6.5        จัดให้มีบริการสาธารณะเพื่อสวัสดิการของสมาชิก  หรือจัดสรรเงินหรือทรัพย์สินเพื่อสาธารณะประโยชน์

6.6        ดำเนินการอื่นใดให้เป็นไปตามกฎกระทรวง  ระเบียบของคณะกรรมการจัดสรร  ที่ดินกลางหรือข้อบังคับของคณะกรรมการที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัตินี้

การดำเนินการตาม  ( 6.1 )  ( 6.2 )  และ ( 6.5 )  จะต้องได้รับความเห็นชอบจากมติที่ประชุมใหญ่ของสมาชิก

 

หมวดที่ 2

ทรัพย์สินส่วนกลางของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

ข้อ 7.      ทรัพย์สินของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรนี้  ได้แก่  ที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ …………………………..  สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ ………………. ซอย ………………… ถนน…………..……

แขวง…………….. เขต ……………………… จังหวัด …………………….. และ/หรือ ทรัพย์สินอิ่นที่มีไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันสำหรับสมาชิก  ได้แก่

7.1                ที่ดินที่ตั้งแปลงสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ  ได้แก่  ที่ดิน ตามโฉนดเลขที่ …………….

เลขที่ดิน…………………… จำนวนเนื้อที่…………………..ไร่…………………..งาน…………………………..

ตารางวารวมทั้งสิ่งปลูกสร้างหรือสิ่งพัฒนาใดๆของที่ดิน  ตามบัญชีทรัพย์สินที่เป็นสาธารณูโภคและบริการสาธารณะตามแผนผังโครงการจัดสรรที่ดิน

7.2                ทรัพย์สินที่ใช้เงินของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร จัดซื้อมาเพิ่มเติมภายหลังที่เป็นกรรมสิทธิ์  หรือเป็นสิทธิของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและมีไว้เพื่อใช้หรือเพื่อประโยชน์ร่วมกันสำหรับสมาชิก

กรณีเช่นว่านี้เพื่อให้สมาชิกทราบถึงรายละเอียดทรัพย์สิน  กำหนดให้คณะกรรมการแจ้งสรุปรายกาทรัพย์สินของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรให้สมาชิกทราบในที่ประชุมใหญ่ประจำปีทุกครั้ง

ข้อ 8.      นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรใช้สิทธิของสมาชิกครอบไปถึงทรัพย์สินของหมู่บ้านทั้งหมดในการต่อสู้บุคคลภายนอก หรือเรียกร้องเอาทรัพย์สินคืน เพื่อประโยชน์ของสมาชิกไว้ ไว้โดยคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการทั้งปวงของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เช่น แจ้งความ ฟ้องร้อง ดำเนินคดี บังคับคดี หรือประนีประนอมยอมความ เป็นต้น

 

หมวดที่ 3

รายการทรัพย์สินส่วนบุคคล และอัตราส่วนค่าใช้จ่าย

 

ลำดับ

 

บ้านเลขที่

 

เนื้อที่/ตรว.

 

ประเภทการใช้ประโยชน์

อัตราเรียกเก็บค่าใช้จ่าย

ตามจำนวน

พื้นที่ดิน

ตามลักษณะการใช้ประโยชน์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมวดที่ 4

การใช้ประโยชน์ภายในแปลงที่ดินจัดสรร

ข้อ 9.      ผู้มีอำนาจในการพิจารณาการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้ประโยชน์ภายในปลงที่ดินจัดสรรนั้น กำหนดให้ผู้จัดการ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรเป็นผู้มีอำนาจในการดำเนินการพิจารณาประกอบกิจการดังกล่าว แต่การประกอบกิจการนั้นจะต้องไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงจัดสรร

ข้อ 10.    สมาชิกหรือผู้ใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงจัดสรร ต้องดูแลรักษาที่ดินแปลงจัดสรรและบริเวณพันที่ด้านหน้าที่ดินแปลงจัดสรรนั้น ให้อยู่ในสภาพที่ดีไม่ทำลายทัศนวิสัย,ภาพพจน์ และสุขอนามัยของสมาชิกอื่น และ/หรือสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ

ข้อ 11.    สมาชิกหรือผู้ใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงจัดสรรต้องไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการเดือดร้อนน่ารังเกียจ หรือข้อต่อประเพณี หรือศีลธรรมอันดี หรือเป็นอันตราย หรือก่อให้เกิดความน่ารำคาญแกสมาชิกอื่น ๆ หรือเป็นอุปสรรคต่อการใช้สาธารณูปโภค,บริการสาธารณะของสมาชิก หรือต่อระบบการรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน

ข้อ 12.    ห้ามเปลี่ยนแปลง หรือเคลื่อนย้ายงานระบบใช้ร่วมกัน เว้นแต่มีความจำเป็นซึ่งต้องทำหนังสือขออนุมัติให้ผู้จัดการและคณะกรรมการทราบและตรวจสอบก่อน และจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากผู้จัดการแล้วเท่านั้น

ข้อ 13.    ห้ามนำทรัพย์สินส่วนบุคคลไว้ในบริเวณพื้นที่ส่วนสาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะ

ข้อ 14.    ห้ามติดป้ายหรือแผ่นภาพโฆษณาในที่ดินแปลงจัดสรรของสมาชิก อันก่อให้เกิดความเสียหายหรือเสื่อมเสียต่อทัศนวิสัย และภาพพจน์ที่ดีหรือความสงบเรียบร้อยของหมู่บ้าน

ข้อ 15.    สมาชิกหรือผู้ใช้ประโยชน์ที่ดินแปลงจัดสรรจะต้องจอดรถในที่ดินแปลงจัดสรรของตนเอง และหรือบริเวณที่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรกำหนดเท่านั้น กรณีจอดรถผิดข้อบังคับนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรสงวนสิทธิ์ในการเคลื่อนย้ายรถยนต์ดังกล่าว  โดยเรียกเก็บค่าดำเนินการจากสมาชิกที่ปฏิบัติผิดข้อบังคับนั้น

                กรณีเป็นบุคคลภายนอกเข้าพบหรือเยี่ยมเยียนสมาชิกในหมู่บ้าน สมาชิกดังกล่าวมีหน้าที่ต้อง ดูแล และควบคุมให้ปฏิบัติตามข้อบังคับฉบับนี้ หากฝ่าฝืนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการใด ๆ ในการแก้ไขจัดการให้เป็นไปโดยเรียบร้อยตามข้อบังคับ

ข้อ 16.    สมาชิกจะต้องดูแล และรักษาต้นไม้ที่ปลูกในบริเวณที่ดินแปลงจัดสรรของตนเองให้เรียบร้อยสวยงาม ไม่ก่อความรบกวน หรือลุกล้ำที่ดินแปลงจัดสรรของผู้อื่น หรือเป็นที่น่าอันตรายแก่สมาชิกอื่น

ข้อ 17.    สมาชิกที่มีความประสงค์จะทำการโอนกรรมสิทธิ์ให้บุคคลอื่น ต้องแจ้งชื่อ ที่อยู่ หรือสถานที่ติดต่อของผู้รับโอนให้ผู้จัดการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนโอนกรรมสิทธิ์

ข้อ 18.    กฎเกณฑ์ที่กล่าวมานี้ ผู้จัดการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ มีอำนาจที่จะออกเพิ่มเติมได้อีกเป็นครั้งคราว ตามความเหมาะสมโดยการปิดประกาศให้ทราบเพื่อการยึดถือปฏิบัติของสมาชิกและบริวารและบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งปวง

 

หมวดที่ 5

การใช้ประโยชน์สาธารณูปโภค และบริการสาธารณะ

ข้อ 19.  สมาชิกไม่มีสิทธิในการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการใช้ประโยชน์หน้าที่ดนแปลงจัดสรรของตนเอง รวมถึงการนำทรัพย์สินหือสิ่งของใด ๆ มาวางบริเวณดังกล่าว

ข้อ  20.  ห้ามมิให้สมาชิกตกแต่ง ต่อเติม หรือขยายรั้วของที่ดินแปลงจัดสรรรุกล้ำถนนหรือทางเท้า

ข้อ 21.  ห้ามมิให้สมาชิกหรือผู้ใช้ประโยชน์ นำป้ายโฆษณา เพื่อติดตั้งหรือนำทรัพย์สินมาวางหรือจำหน่ายบริเวณสวนหย่อมของหมู่บ้าน ที่ดินแปลงสาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะ เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรและหรือที่ประชุมใหญ่

ข้อ  22.  ห้ามมิให้สมาชิกหรือผู้ใช้ประโยชน์ใช้ที่ดินแปลงสาธารณูปโภค หรือบริการสาธารณะ ผิดวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ส่วนรวม อันก่อความเดือดร้อน รำคาญ แก่สมาชิกอื่น ๆ

ข้อ 23.   ห้ามมิให้สมาชิกหรือผู้ใช้ประโยชน์นำสัตว์เลี้ยงที่มิได้มีสายลากจูง หรือสัตว์เลี้ยงที่ดุร้ายหรืออาจก่อให้เกิดอันตราย เข้ามาบริเวณที่ดินแปลงสาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะ

ข้อ 24.   การใช้ประโยชน์คลับเฮ้าส์ให้ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ หรือระเบียบที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรและ หรือที่ประชุมใหญ่

ข้อ  25.   ห้ามมิให้บุคคลใด ๆ ที่ไม่ใช่สมาชิกในหมู่บ้านจัดสรรเข้ามาหรือใช้สาธารณูปโภค, บริการสาธารณะ นอกจากจะได้รับอนุญาตจากสมาชิกหรือผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจดำเนินการแทน และนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร สงวนสิทธิ์ที่จะไม่ต้อนรับบุคคลใดๆ ที่แต่งกายหรือประพฤติตัวไม่สุภาพหรือกระทำการอื่นใดที่ไม่เหมาะสม หรือขัดต่อข้อบังคับ หรือกฎหมายในกรณีเช่นว่านี้ ให้ผู้จัดการมีอำนาจเด็ดขาดในการวินิจฉัย และห้ามมิให้บุคคลนั้นเข้ามาในหมู่บ้าน หรือใช้สาธารณูปโภค ,บริการสาธารณะตลอดจนมีอำนาจเชิญให้บุคคลนั้นออกไปจากหมู่บ้าน

ข้อ  26.   ห้ามมิให้บุคคลใด ๆ ที่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงใช้บริการในสาธารณูปโภค, บริการสาธารณะ

 

หมวดที่ 6

การดูแลรักษาความปลอดภัย

ข้อ  27.  ผู้มาติดต่อจะต้องแลกบัตรผ่านเข้า-ออก รวมทั้งปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ หรือระเบียบที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร และ/หรือที่ประชุมใหญ่

ข้อ 28.    สมาชิกจะต้องดูแลที่ดินแปลงจัดสรร  แม้จะยังไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆไม่ให้เป็นบริเวณหรือสถานที่ที่อาจเกิดภัยอันตรายแก่สมาชิกอื่นๆ

ข้อ 29.    สมาชิกจะต้องจัดให้มีประกันอัคคีภัย  และภัยอื่นๆที่เกี่ยวกับทรีพย์สินในที่ดินแปลงจัดสรรตามมูลค่าราคาตลาดที่เป็นจริง  เพื่อเป็นประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับที่ดินแปลงจัดสรรอื่นๆ

 

หมวดที่  7

การดูแลรักษาความสะอาด

ข้อ 30.    สมาชิกหรือผู้ที่ใช้ประโยชน์  จะต้องดูแลรักษาความสะอาด  ถนน  และทางเท้า  บริเวณหน้าที่ดินแปลงจัดสรรของตัวเอง

ข้อ 31.    ให้สมาชิกดำเนินการและควบคุมให้บริวารของสมาชิกดำเนินการในการทิ้งขยะหรือสิ่งของเหลือใช้ที่มิใช่ขยะก่อสร้างลงในภาชนะที่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรจัดเตรียมไว้  และหากพบว่าขยะดังกล่าวล้นเต็มภาชนะและยังมิได้มีพนักงานเข้ามาดำเนินการจัดเก็บให้เรียบร้อย  ให้สมาชิกดำเนินการแจ้งให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรทราบเพื่อทำการแก้ไขทันทีที่ตรวจพบ

ข้อ 32.    สมาชิกจะต้องจัดระบบระบายน้ำเสียภายในที่ดินแปลงจัดสรร  ให้อยู่ในสภาพที่ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่สมาชิกอื่นๆ  หรือเป็นอุปสรรคต่อการใช้สาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะของสมาชิกหรือต่อระบบการรักษาความสะอาดของหมู่บ้าน

 

หมวดที่  8

การต่อเติมตกแต่ง

ข้อ 33.    สมาชิกหรือผู้ใช้ประโยชน์ที่ดินแปลงจัดสรร  ที่มีความประสงค์จะดัดแปลงแก้ไขหรือต่อเติมตกแต่งสิ่งปลูกสร้าง  รวมทั้งกำแพง  รั้ว  ที่กั้นพื้นที่ในแปลงจัดสรร  จะต้องส่งแบบแปลนพร้อมรายละเอียดให้ผู้จัดการตรวจสอบก่อนดำเนินการ  ผู้จัดการจะอนุญาตได้ต่อเมื่อได้ตรวจสอบแล้ว  เห็นว่าไม่กระทบกระเทือนต่อโครงสร้างและงานระบบต่างๆ  รวมถึงระบบสาธารณูปโภค และ

บริการสาธารณะ และ/หรือ ไม่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

ข้อ 34.    ก่อนหรือในระหว่างการดำเนินการตาม ข้อ 33. สมาชิกหรือผู้ใช้ประโยชน์ที่ดินแปลงจัดสรรจะต้องวางเงินค้ำประกันความเสียหายเป็นเงิน……………………….บาท  ให้กับนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  และจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอื่นๆ  ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ที่ได้แจ้งและหรือประกาศไว้

ข้อ 35.    ห้ามนำเศษวัสดุก่อสร้างและตกแต่ง  ทิ้งลงในท่อระบายน้ำทิ้งหรือบริเวณสาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะ

ข้อ 36.    การติดตั้งวัสดุอุปกรณ์หรือการก่อสร้างใดของสมาชิกจะต้องไม่ยื่นล้ำแนวอาคารและ/หรือขอบเขตที่ดินแปลงจัดสรรของสมาชิกนั้นโดยเด็ดขาด

ข้อ 37.    สมาชิกผู้ใช้ประโยชน์ที่ดินแปลงจัดสรร  ต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  หรือพนักงานที่ได้รับมอบหมายเข้าทำการตรวจสอบ  และซ่อมแซมแก้ไขในกรณีที่เกิดเหตุเสียหาย  อันเนื่องมาจากการกระทำภายในที่ดินแปลงจัดสรรของสมาชิกดังกล่าว

                กรณีตรวจสอบโดยแน่ชัดแล้วว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมาจากที่ดินแปลงจัดสรรสมาชิกเจ้าของที่ดินแปลงจัดสรรดังกล่าว  จะต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเข้าทำการซ่อมแซมแล้ว  และยังต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการซ่อมแซมทรัพย์ดังกล่าวให้กลับสู่สภาพการใช้งานปกติอีกด้วย

ข้อ 38.    สมาชิกจะต้องควบคุมดูแลและจัดหาที่พักอาศัยของคนงานที่เข้ามาต่อเติมตกแต่งไม่ให้ก่อความเดือดร้อน รำคาญแก่สมาชิกอื่นๆ  หรือต่อระบบรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน

 

หมวดที่  9

การเลี้ยงสัตว์เลี้ยง

ข้อ 39.    การเลี้ยงสัตวืภายในที่ดินแปลงจัดสรรสมาชิกจะต้องปฎิบัติภายใต้กฎหมายอื่นที่บัญัติไว้  โดยดูแลให้เรียบร้อย  ไม่รบกวนความสงบเรียบร้อยหรือก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญ  หรือเป็นอันตรายแก่สมาชิกอื่นๆ  และในกรณีที่จะนำออกจากที่ดินแปลงจัดสรร  สมาชิกหรือบริวารของสมาชิกจะต้องดูแลให้เรียบร้อยและควบคุมได้ตลอดเวลา

ข้อ 40.    นอกจากกำหนดไว้ใน ข้อ 23 กรณีสัตว์เลี้ยงออกมานอกที่ดินแปลงจัดสรร  โดยไม่มีการควบคุมดูแล  ให้ผู้จัดการมีอำนาจในการนำเข้าคุมขังในสถานที่ที่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรจัดเตรียมไว้

 

หมวดที่  10

เงินกองทุนและค่าใช้จ่าย

ข้อ 41.    สมาชิกจะต้องร่วมกันจัดตั้งกองทุนไว้เป็นทุนหมุนเวียนสำหรับการบริหารการจัดการ  หรือเพื่อการพัฒนา  ปรับปรุงและซ่อมแซมหรือจัดซื้อทรัพย์สินของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  โดยเรียกเก็บจากสมาชิกเฉลี่ยตามอัตราส่วนที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางกำหนดดังนี้…………………………………………………………………………………………………………………

ข้อ 42.    สมาชิกแต่ละรายจะต้องออกค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาการจัดการสาธารณูปโภค  รวมถึงบริการสาธารณะต่างๆ  ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละเดือนในอัตราดังนี้

42.1            ตามอัตราส่วนตามจำนวนพื้นที่ที่สมาชิกถือครอง  สำหรับปีแรกกำหนดให้สมาชิกแต่ละรายออกเงินค่าใช้จ่ายในส่วนนี้  ในอัตราส่วนกรรมสิทธิ์ละ…………………บาทต่อเดือน  ส่วนปีต่อไปให้เป็นไปตามมติที่ประชุมใหญ่

42.2            ตามประเภทการใช้ประโยชน์โดยคำนวณจากลักษณะการใช้ประโยชน์  อาทิ ที่อยู่อาศัย ธุรกิจเชิงพาณิชย์ โรงงาน

อาคารชุด  โดยใช้พื้นที่เป็นตัวกำหนดให้คำนวณเฉลี่ยตามพื้นที่ทรัพย์ส่วนบุคคลของสมาชิกนั้น

42.3            ตามประเภทที่เกิดจากการจัดให้มีเพิ่ม  ซึ่งเป็นบริการเฉพาะกลุ่ม  ให้กลุ่มนั้นกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายตามที่เห็นชอบ

อัตราข้างต้นกำหนดให้สมาชิกชำระเป็นรายปี  และจะต้องชำระภายใน 7 วัน  นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากผู้มีอำนาจเรียกเก็บ

โดยชำระ ณ สำนักงานที่ตั้งของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  กำหนดให้รอบปีบัญชีของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  คือ  นับจากวันที่

…………………………………ถึงวันที่……………………………….ของทุกรอบปีปฏิทิน

การเรียกเก็บเงินกองทุนตาม  ข้อ 41 และและค่าใช้จ่ายตาม ข้อ 42 ให้เริ่มเรียกเก็บในวันจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  หรือในวันเมื่อผู้มีหน้าที่ในการบำรุงรักษาและจัดการสาธารณูปโภคได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้มีอำนาจในการจัดเก็บ

                อัตราที่กำหนดไว้นี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมทางสภาพเศรษฐกิจซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่

ข้อ 43.    สมาชิกต้องชำระค่าใช้จ่ายตาม ข้อ 41 และ ข้อ 42 ภายใน 7 วัน  นับแต่วันที่ได้รับรายการแจ้งหนี้จากผู้จัดการ ณ สำนักงานนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

ข้อ 44.    ในกรณีที่มีเหตุการพิเศษ  ฉุกเฉิน  และ/หรือจำเป็นรีบด่วน  เพื่อจัดการบำรุงรักษา  การซ่อมแซม  ตลอดจนการจัดเพื่อประโยชน์ในการดูแลรักษาสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ  หรือเพื่อประโยชน์ของสมาชิก  หรือการจัดการตามมติของที่ประชุมใหญ่ไม่ขัดต่อข้อบังคับพระราชบัญญัติฯ  และที่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  และต้องใช้จ่ายเงินเป็นกรณีพิเศษเพื่อการนั้น ผู้จัดการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจใช้จ่ายเงินกองทุนที่จัดไว้โดยเฉพาะสำหรับเหตุฉุกเฉิน  หรือกรณีพิเศษหรือใช้จ่ายจากเงินกองทุน  ปกติจะเรียกเก็บเงินกองทุนเพิ่ม  เพื่อการพิเศษหรือฉุกเฉินนั้นได้

ข้อ 45.    ให้คณะกรรมการ  เป็นผู้ดำเนินการให้มีการประกันอัคคีภัย  และภัยอื่นๆ  ที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  รวมทั้งภัยจากความรับผิดชอบต่างๆ  ตามที่ผู้จัดการหรือคณะกรรมการจะได้เลือกทำสัญญากับบริษัทประกันภัยที่เชื่อถือได้ตามมูลค่าราคาตลาดที่เป็นจริง  โดยให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  เป็นผู้เอาประกัน  และเป็นผู้รับผลประโยชน์แทนทั้งหมดจากการประกันภัย  เพื่อที่จะสามารถใช้เงินนั้น  ในการซ่อมแซมความเสียหาย  หากเกิดมีขึ้นตามที่เอาประกันไว้  หรือในการใช้เงินนั้นจ่ายค่าชดเชยความเสียหาย  โดยให้เรียกเก็บค่าปรักันทั้งหมดจากที่จะต้องร่วมกันชำระตามอัตราส่วนที่กำหนดใน ข้อ 44 ของข้อบังคับ

ข้อ 46.    กรณีที่ทรัพย์สินเสียหายทั้งหมด  คณะกรรมการจะต้องประชุมใหญ่ทันทีเพื่อลงมติว่าจะทำการก่อสร้างหรือจัดทำใหม่หรือไม่  ในกรณีที่มีมติให้ก่อสร้างผู้จัดการโดยคว่ทเห็นชอบของคณะกรรมจะต้องทำการจัดหาผู้รับเหมาเพื่อก่อสร้างขึ้นใหม่โดยใช้เงินที่ได้รับจากบริษัทประกันภัย  หรือโดยเรียกเก็บเงินจากสมาชิกโดยให้ถือเป็นค่าใช้จ่ายตาม ข้อ 44 ตามพระราชบัญญัติฯ  กรณีที่ได้รับเงินจากบริษัทประกันภัย  และเงินกองทุนไม่พอค่าก่อสร้าง

 

หมวดที่  11

บัญชีและการเงิน

ข้อ 47.    ให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรรายงานงานกิจการ  งบดุล  บัญชีรายรับ-รายจ่าย  ซึ่งผู้สอบบัญชีได้รับรองแล้วต่อคณะกรรมการภายในสามเดือนนับแต่วันสิ้นงวดการบัญชีและประกาศรายงานดังกล่าวโดยเปิดเผยให้สมาชิกทราบ

ข้อ 48.    ในกรณีที่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีข้อบกพร่องเกี่ยวกับการเงินหรือการบัญชีตามรายงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  หรือรายงานของคณะอนุกรรมการตามที่ได้รับแต่งตั้งคณะกรรมการ  หรือคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรกระทำการไม่ถูกต้องในการปฏิบัติหน้าที่  จนทำให้เกิดข้อบกพร่องเสียหาย  หรือเสียประโยชน์ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือสมาชิก  ให้คณะกรรมการแจ้งเป็นหนังสือให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องตามวิธีการที่คณะกรรมการกำหรด

                นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรต้องดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง  ถ้าไม่แก้ไขให้เสียภายในกำหนดเวลาดังกล่าว โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร คณะกรรมการอาจมีคำสั่งดังต่อไปนี้

48.1            ให้ระงับการปฏิบัติบางส่วนที่เป็นเหตุให้เกิดข้อบกพร่อง  เสียหาย  หรือเสียประโยชน์  ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือสมาชิก

48.2            ให้หยุดดำเนินการชั่วคราว  เพื่อปฏิบัติการแก้ไขข้อบกพร่องนั้นให้เสร็จตามวิธีการและภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด

ข้อ 49.    การจัดเก็บค่าใช้จ่าย  ผู้รับเงินจะออกหลักฐานเป็นหนังสือให้แก่ผู้ชำระเงินทุกครั้ง  โดยหลัดฐานดังกล่าวทุกฉบับให้มีสำเนาอย่างน้อย 1 ฉบับ

                หลักฐานตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องมีรายการดังนี้

(1)                 ชื่อของสำนักงานผู้รับชำระเงิน

(2)                 วัน เดือน ปี  ที่รับเงิน

(3)                 ชื่อผู้ชำระเงิน

(4)                 จำนวนเงินที่รับชำระทั้งตัวเลขและตัวอักษร

(5)                 ข้อความที่ระบุว่าได้มีการรับเงินค่าใช้จ่ายประจำเดือนใดไว้เป็นการถูกต้อง

(6)                 ข้อความที่ระบุว่าได้มีการรับเงินค่าปรับประจำเดือนใดไว้เป็นการถูกต้อง ( ถ้ามี )

(7)                 ลายมือชื่อผู้รับเงิน  พร้องตราประทับ ( ถ้ามี )

กรณีมีบทบัญญัติตามกฎหมายอื่นกำหนดให้นิติบุคคล  ซึ่งเป็นผู้จัดเก็บค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่งต้องดำเนินการเกี่ยวกับหลัก

ฐาน  การรับเงินไว้โดยเฉพาะ  ให้นิติบุคคลดังกล่าวดำเนินการไปตามกฎหมายนั้น  แต่ต้องมีรายการตามวรรคสองด้วย

ข้อ 50.    เมื่อเริ่มจัดเก็บค่าใช้จ่าย  ให้คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร  จัดทำบัญชีในแต่ละเดือนเก็บไว้ ณ ที่ตั้งสำนักงาน  ตามข้อบังคับนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินงานการบัญชีและการเงิน

                การจัดทำบัญชีตามวรรคหนึ่ง  ต้องมีรายการแสดงงบรายรับ-รายจ่าย  ตามมาตราฐาน  หลักการบัญชีและงบดุลเกี่ยวกับสินทรัพย์  หนี้สิน  และส่วนของสมาชิกด้วย

ข้อ 51.    ในกรณีผู้มีหน้าที่ชำระเงินมีความประสงค์จะขอตรวจหรือสำเนาเอกสารบัญชีหรือรายงานในหมวดนี้  ให้คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร  ผู้แทนนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น  หรือผู้ซึ่งดำเนินการเพื่อการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค  แล้วแต่กรณีดำเนินการให้ผู้ขอ  โดยมีสิทธิเรียกเก็บค่าใช้จ่ายได้เท่าที่จำเป็น

 

 

หมวดที่  12

ผู้จัดการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

ข้อ 52.    การแต่งตั้งผู้จัดการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  ให้ที่ประชุมคณะกรรมการแต่งตั้งบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล  ดำรงตำแหน่งเป้นผู้จัดการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรขึ้นทำหน้าที่เป็นตัวแทน  ในการปฏิบัติหน้าที่และควบคุมการดำเนินการบริหารแทนคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร

                ในกรณีแต่งตั้งนิติบุคคล  ให้นิติบุคคลนั้นแต่งตั้งบุคคลธรรมดาเป็นผู้ดำเนินการแทนในฐานะผู้จัดการ  โดยบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งเป้นผู้จัดการนั้นจะต้องมีคุณสมบัติความรู้ขั้นต่ำจบปริญญาตรี  หรือมีประสบการณ์การบริหารการจัดการชุมชนผ่านมาไม่น้อยกว่า 2 ปี  ในตำแหน่งผู้จัดการหรือผู้ช่วยผู้จัดการ

ข้อ 53.    ผู้จัดการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

53.1        จัดการดูแลสาธารณูปโภค  บริการสาธารณะ  ตลอดจนบรรดาทรัพย์สินต่างๆของหมู่บ้าน  รวมถึงการจัดซื้อและจัดหาทรัพย์สินตลอดจนจัดให้มีการบริการด้านสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ  แก่สมาชิก

53.2            มีอำนาจกระทำการต่างๆทั้งปวง  เพื่อประโยชน์ในการจัดการ และดูแลทรัพย์สินในฐานะตัวแทนของคณะกรรมการ

53.3            เรียกเก็บค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการบริหาร และดูแลรักษา

53.4            จัดให้มีและดูแลรักษาให้เรียบร้อย ซึ่งบรรดาทะเบียน สมุดบัญชี เอกสาร และสิงพิมพ์ต่างๆ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการดำเนินงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

53.5            ปฏิบัติตามมติที่ประชุมใหญ่ และ/หรือตามมติของคณะกรรมการ ทั้งนี้โดยต้องไม่ขัอต่อข้อบังคับ และพระราชบัญญัติฯ

53.6            ควบคุมดูแลการใช้ประโยชน์ทั้งในแปลงจัดสรร และการใช้สิทธิในการสาธารณูปโภค และบริการสาธารณะของสมาชิกและบริวารให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติฯ ข้อบังคับ และกฎระเบียบทั้งที่มีอยู่แล้วและที่จะได้ตราขึ้นใหม่

53.7            มีอำนาจกระทำการใด ๆ ภายในขอบเขตที่พระราชบัญญัติฯ ข้อบังคับ กฎ ระเบียบ หรือมติที่ประชุมใหญ่ รวมทั้งอำนาจในการติดตามทวงหนี้ ฟ้องร้อง ดำเนินคดีบังคับดี หรือประนีประนอมยอมความ ทั้งนี้เป็นไปตามความเห็นชอบของที่ประชุมคณะกรรมการและ/หรือที่ประชุมใหญ่

53.8            จัดให้มีการเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการ และการประชุมใหญ่

53.9            ในกรณีที่จำเป็นและเร่งด่วน ให้ผู้จัดการโดยความริเริ่มของตนเองจัดการในกิจการ เพื่อความปลอดภัยของหมู่บ้านและสมาชิกและบริวาร ได้ดังเช่นวิญญูชนจะพึงรักษา และจัดการทรัพย์สินของตนเองภายใต้ขอบเขตของกฎหมายและข้อบังคับ

53.10         มีอำนาจหน้าที่อื่น ๆ ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติ

ข้อ 54.    ผู้จัดการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ มีอำนาจกำหนดกฎระเบียบ ตลอดจนมีอำนาจในการพิจารณาซ่อมแซม ปรับปรุงทรัพย์สิน ที่เป็นสาธารณูปโภคหรือสิ่งอำนวยความสะดวกของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ภายในวงเงินไม่เกิน……………..บาท

ข้อ 55.    ผู้จัดการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละไม่เกิน 2 ปี โดยการแต่งตั้งหรือถอดถอนนั้น ต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรทั้งหมด และหากมิได้มีมติแต่งตั้งผู้จัดการใหม่ให้ผู้จัดการเดิมดำรงตำแหน่งต่อไปอีกคราวละ 2 ปี ในกรณีตำแน่งผู้จัดการว่างลงก่อนครบวาระให้ประธานคณะกรรมการ หรือผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการ ขึ้นทำหน้าที่ดูแลการบริหารงานเสมือนผู้จัดการเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีการแต่งตั้งเสร็จ ซึ่งจะต้องดำเนินการเรียกประชุมและแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับจากวันที่ผู้จัดการเดิมพ้นตำแหน่ง โดยผู้จัดการที่ได้รับแต่งตั้งใหม่นี้จะมีวาระการดำรงตำแน่งเพียงเท่ากับวาระของคนเดิมที่เหลืออยู่

ข้อ 56.    ให้ผู้จัดการหรือผู้ทำการแทนในฐานะผู้จัดการพ้นตำแหน่งในกรณีดังต่อไปนี้

56.1            ตายหรือเลิกบริษัท

56.2            ต้องคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย

56.3        ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

56.4            ตกเป็นคนวิกลจริต หรือศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือเสมือนไร้ความสามารถ

56.5       ครบวาระการดำรงตำแหน่ง

56.6            ลาออก โดยแสดงความจำนงเป็นหนังสือต่อประธานฯ หรือคณะกรรมการ

56.7            ที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมมีมติให้ออก

 

หมวดที่ 13

คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร

ข้อ 57.    ให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ที่จดทะเบียนแล้ว มีฐานะเป็นนิติบุคคล

ให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร จำนวนไม่เกิน………….คน บุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามกฎหมายและข้อบังคับของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรภายใต้การควบคุมดูแลของที่ประชุมใหญ่ของสมาชิก

การแต่งตั้ง การพ้นตำแหน่ง วาระการดำรงตำแหน่งและกำหนดค่าตอบแทนของคณะกรรมการให้เป็นไปตามมติที่ประชุมใหญ่ด้วยคะแนนเสียงข้างมากในที่ประชุมใหญ่

คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรเป็นผู้แทนของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก

ข้อ 58.    การประชุมคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร กำหนดให้มีขึ้นอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง โดยกำหนดให้การประชุมต้องมีกรรมการมาประชุมเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

ให้ที่ประชุมคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร แต่งตั้งคณะกรรมการท่านหนึ่งท่านใดเป็นประธานคณะกรรมการและทำหน้าที่ประชุมคณะกรรมการและ/หรือที่ประชุมใหญ่หากประธานฯ ไม่สามารถเข้าร่วมประชุม ให้รองประธานฯ หรือกรรมการในตำแหน่งถัดไปทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมแทน

มติของที่ประชุมคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร ต้องได้รับคะแนนเสียงข้างมากของกรรมการที่เข้าร่วมประชุม คะแนนเสียงของกรรมการแต่ละรายมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งเสียง  ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

กรรมการจะมอบอำนาจให้บุคคลใดเข้าร่วมประชุมเพื่อลงมติใดๆ แทนไม่ได้เว้นแต่เป็นการมอบอำนาจให้กรรมการด้วยกันเข้าร่วมประชุมเพื่อลงมติใดๆ แทนกันได้

ข้อ 59.    บุคคลดังต่อไปนี้มีสิทธิได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการหมู่บ้านจัดสรร

59.1             สมาชิกหรือคู่สมรสตามกฎหมายของสมาชิก

59.2            ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ ในกรณีที่สมาชิกเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถแล้วแต่กรณี

59.3            ผู้จัดการหรือผู้แทนในกรณีที่นิติบุคคลนั้นเป็นสมาชิก โดยจะต้องระบุชื่อให้ทราบ ในวันแต่งตั้งเป็นกรรมการ ในที่ประชุมใหญ่

ข้อ 60.    อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร

60.1            มีอำนาจและหน้าที่ในการออกกฎระเบียบต่างๆ ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรที่อยู่ในขอบเขตของ

กฎหมายและข้อบังคับ

60.2       มีอำนาจและหน้าที่กำหนดนโยบายให้ผู้จัดการเพื่อนำไปปฏิบัติ

60.3            มีอำนาจและหน้าที่อนุมัติค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น และเกิดจากงบที่ตั้งไว้ซึ่งได้พิจารณาแล้วมีความจำเป็นต่อนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรรวมทั้งกำหนดค่าตอบแทนผู้จัดการ

60.4            มีอำนาจและหน้าที่ในการอนุมัติให้ผู้จัดการกระทำนิติกรรมในนามนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  กับหน่วยราชการ  รัฐวิสาหกิจ  บริษัท  ห้างร้าน  และ/หรือบุคคลภายนอก

60.5            มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนผู้จัดการ

60.6            มีอำนาจแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

60.7            มีอำนาจวินิจฉัย และตัดสินปัญหาข้อขัดแย้งต่างๆ ที่เกิดขึ้นและนำเสนอ

60.8            ที่ประชุมใหญ่รับทราบหรือลงมติในกรณีที่จำเป็นต้องให้ที่ประชุมลงมติ

60.9            มีอำนาจควบคุมและตรวจสอบการจัดการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งผู้จัดการเป็นผู้ดำเนินการให้เป็นไปตามหน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้จัดการที่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับหรือตามกฎหมาย หรือตามมติที่ประชุมใหญ่ได้มอบหมายให้ไว้

60.10        มีอำนาจและชี้ขาดการกระทำใดๆ อันจะมีผลต่อสาธารณูปโภค บริวารสาธารณะและบริการหมู่บ้านที่เป็นการฝ่าฝืนกฎข้อบังคับหรือกฎระเบียบ

60.11        มีอำนาจเบิก-ถอนเงินกองทุนเพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ของข้อบังคับได้ ไม่เกินครั้งละ………….

…………..บาท

60.12         มีอำนาจระงับการตกแต่งต่อเติมที่มีผลกระทบต่อระบบสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ

60.13         มีอำนาจเพิกถอนบัตรผ่านเข้า-ออก

60.14         มีอำนาจกำหนดค่าปรับ

60.15         มีอำนาจปิดประกาศรายชื่อสมาชิกที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบ ข้อบังคับ

60.16         มีอำนาจแจ้งความร้องทุกข์ ฟ้องร้อง ดำเนินคดี

60.17         มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่

60.18         มีอำนาจพิจารณาเรื่อง อื่น ๆ ที่อยู่ในขอบเขตตามกฎหมายและข้อบังคับ

ข้อ 61.    ให้กรรมการหมู่บ้านจัดสรรพ้นจากตำแหน่งในกรณีดังต่อไปนี้

61.1            ตาย

61.2            ต้องคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย

61.3            ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

61.4            ตกเป็นคนวิกลจริต หรือศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ

61.5            ครบวาระการดำรงตำแหน่ง

61.6            ลาออก โดยแสดงความจำนงเป็นหนังสือต่อประธานฯ หรือคณะกรรมการ

61.7            ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ออก

61.8            กรรมการหรือคู่สมรสได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจัดสรร

61.9            ขาดการประชุมติดต่อกัน…….ครั้ง หรือขาดประชุมตั้งแต่……ครั้งขึ้นไป

 

หมวดที่ 14

สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

ข้อ 62.    มีหน้าที่ต้องออกค่าใช้จ่ายและเงินกองทุนตามที่ระบุไว้ในหมวดที่ 10

ข้อ 63.    มีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตาม “ข้อบังคับ” ฉบับนี้และกฎระเบียบที่ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการหมู่บ้านและ/หรือที่ประชุมใหญ่

ข้อ 64.    มีสิทธิในการเรียกประชุมใหญ่

ข้อ 65.    มีสิทธิใช้สาธารณูปโภคและบริการสาธารณะเท่าที่ไม่ข้อต่อกฎระเบียบข้อบังคับ

 

หมวดที่ 15

การประชุมใหญ่

ข้อ 66.    นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญอย่างน้อยปีละ หนึ่งครั้ง โดยครั้งแรกกำหนดให้คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรจัดให้มีขึ้นภายใน 6 เดือน นับจากวันจดทะเบียน

ข้อ 67.    บุคคลต่อไปนี้มีสิทธิในการเรียกประชุมใหญ่สามัญ

67.1            คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร

67.2            สมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมด

ข้อ 68.    นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรจะเรียกประชุมใหญ่วิสามัญเมื่อใดก็ได้ แล้วแต่จะเห็นสมควรโดยสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญก็ได้ ในหนังสือร้องขอนั้นต้องระบุว่าประสงค์ให้เรียกประชุมเพื่อการใด

เมื่อคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรได้ รับหนังสือร้องขอให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญตามวรรคสองให้คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรเรียกประชุมใหญ่วิสามัญโดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ

ถ้าคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรไม่เรียกประชุมภายในระยะเวลาข้างต้น สมาชิกผู้ร้องขอให้เรียกประชุมหรือสมาชิกอื่นจำนวนไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในข้อบังคับจะเรียกประชุมได้

ข้อ 69.    ในการเรียกประชุมใหญ่  คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรต้องส่งหนังสือนัดประชุมและเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยังสมาชิกทุกคนก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

หนังสือนัดประชุมตามวรรคหนึ่งต้องระบุวันเวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุม

ข้อ 70.    การลงมติในที่ประชุมใหญ่ นอกจากที่ระบุไว้ในข้อ 75 ให้ถือเอาเสียงดังนี้

70.1            มติของที่ประชุมใหญ่ที่ใช้เสียงเอกฉันท์ของที่ประชุมใหญ่ได้แก่การพิจารณาควบคุมนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร และการยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

70.2            มติของที่ประชุมใหญ่ ที่ใช้เสียงข้างมากของสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม ได้แก่ การพิจารณาตามข้อ 46, ข้อ 54, ข้อ 75 และข้อ 79

ข้อ 71.    การประชุมใหญ่ต้องมีสมาชิกมาประชุม ซึ่งมีเสียงลงคะแนนรวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนเสียงลงคะแนนทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม

ในการประชุมครั้งใด  ถ้าไม่มีองค์ประชุมที่กำหนดไว้และการประชุมใหญ่นั้นได้เรียกตามคำร้องขอของสมาชิก ก็ให้งดการประชุม แต่ถ้าเป็นการประชุมใหญ่ที่สมาชิกได้เป็นผู้ร้องขอให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่นัดประชุมใหญ่ครั้งแรก การประชุมครั้งหลังนี้ต้องมีสมาชิกมาประชุมซึ่งมีเสียงลงคะแนนรวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนเสียงลงคะแนนทั้งหมด และมีจำนวนสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าสิบคนจึงจะเป็นองค์ประชุม

ข้อ 72.    สมาชิกมอบฉันทะเป็นหนังสือให้ผู้อื่นออกเสียงแทนตนได้ แต่ผู้รับมอบฉันทะคนหนึ่งจะรับมอบฉันทะให้ออกเสียงในการประชุมครั้งหนึ่งเกินสามรายมิได้

การนับจำนวนรายของสมาชิก ให้นับจากการถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงจัดสรร โดยไม่ว่าสมาชิกจะถือครองกรรมสิทธิ์แปลงที่ดินจัดสรรจำนวนเท่าใดก็ตามในนามเดียว ให้ถือว่าสมาชิกนั้นนับเป็น 1 ราย

การใช้ใบมอบฉันทะของสมาชิก ที่ลงนามโดยเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงจัดสรรหรือผู้มีอำนาจกระทำแทนตามพระราชบัญญัติฯ พร้อมเอกสารแสดงตามที่มีรูปถ่ายประกอบตามที่ราชการออกให้ แนบการมอบฉันทะถือว่าเป็นการมอบฉันทะที่ถูกต้องแล้วตามข้อบังคับนี้

ข้อ 73.    ให้สมาชิกคนหนึ่ง มีเสียงเท่ากับอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและจัดการสาธารณูปโภค ถ้าสมาชิกคนเดียว มีคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ของจำนวนคะแนนเสียงทั้งหมด ให้ลดจำนวนคะแนนเสียงของผู้นั้นลงมาเหลือเท่ากับจำนวนคะแนนเสียงของสมาชิกอื่นรวมกัน ในกรณีที่คะแนนเสียงเท่ากันให้นับจำนวนสมาชิกที่ออกเสียงลงคะแนนเป็นเกณฑ์ในการลงคะแนนเสียง

ข้อ 74.    ในการประชุมใหญ่ครั้งใด ถ้าได้มีการประชุมหรือการลงมติโดยไม่ปฎิบัติตามหรือฝ่าฝืนกฎหมายหรือข้อบังคับ สมาชิกอาจร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนมติในการประชุมครั้งนั้นได้ แต่ต้องร้องขอต่อศาลภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ลงมติ

 

หมวดที่ 16

การแก้ไขข้อบังคับ

ข้อ 75.    มติของที่ประชุมใหญ่ ในการพิจารณาแก้ไขข้อบังคับ

75.1            การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับในหมวดที่ 3 จะต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมด

75.2            การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับเกี่ยวกับการออกค่าใช้จ่ายในข้อ 42 จะต้องได้รับคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด

75.3            การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ นอกจากที่ระบุไว้ในข้อ 75.1 และ 75.2 จะต้องได้รับคะแนนเสียงข้างมากของสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม

ข้อ 76.    บุคคลต่อไปนี้มีสิทธิในการเสนอขอแก้ไขข้อบังคับ

76.1            ผู้จัดการ

76.2            คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร

76.3            สมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร

ข้อ 77.    นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรใดประสงค์จะจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับให้คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรยื่นคำขอตามแบบที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางกำหนดต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาแห่งท้องที่ซึ่งที่ดินนั้น ตั้งอยู่พร้อมด้วยหลักฐานดังต่อไปนี้

(1)                 รายงานการประชุมของที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกที่มีมติให้เปลี่ยนแปลงข้อบังคับ

(2)                 สำเนาข้อบังคับที่มีการเปลี่ยนแปลงใหม่

เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด หรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาพิจารณาแล้วเห็นว่าถูกต้องให้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อบังคับไว้ในทะเบียนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร แล้วบันทึกการจดทะเบียนไว้ในข้อบังคับที่เปลี่ยนแปลงด้วย

เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด  หรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อบังคับแล้ว ให้ข้อบังคับที่เปลี่ยนแปลงมีผลใช้บังคับได้

 

หมวดที่ 17

                                                              บทกำหนดลงโทษ

ข้อ 78.    ในกรณีที่สมาชิกไม่ชำระค่าใช้จ่ายดังกล่าว หรือกรณีที่เช็คซึ่งชำระให้แก่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ถูกปฏิเสธการจ่ายเงินสมาชิกต้องรับผิดชอบดังนี้

78.1            ต้องรับผิดชอบชำระเงินค่าบอกกล่าวทวงถามให้แก่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ครั้งละ……………..บาท (…………………………บาทถ้วน) ทุกครั้งที่ทวงถาม โดยชำระในวันเดียวกันกับการชำระค่าใช้จ่ายค้างชำระ

78.2            กรณีที่ผู้จัดการทวงถามแล้ว นอกจากสมาชิกจะต้องชำระค่าทวงถามตามข้อ………แล้ว ยังต้องรับผิดชอบเสียค่าปรับในอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน ของจำนวนเงินที่ต้องชำระในแต่ละเดือน คำนวณรวมค่าปรับด้วย เศษของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน ติดต่อกันตั้งแต่สามเดือนให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร มีอำนาจในการระงับการให้บริการหรือการใช้สิทธิในสาธารณูปโภค

ในกรณีค้างชำระติดต่อกันตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ให้คณะกรรมการโดยประธานคณะกรรมการทำหนังสือแจ้งเจ้าพนักงานเกี่ยวกับการค้างชำระดังกล่าว เพื่อระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในที่ดินจัดสรรของผู้ค้างชำระ จนกว่าจะชำระให้ครบถ้วนให้ถือว่าหนี้ค่าบำรุงรักษาและจัดการสาธารณูปโภคเป็นหนี้บุริมสิทธิในมูลรักษาอสังหาริมทรัพย์เหนือที่ดินจัดสรรของผู้ค้างชำระ

การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในการพักอาศัย และใช้สาธารณูปโภค รวมถึงบริการสาธารณะร่วมกัน ฉะนั้น ตามข้อบังคับนี้ถือว่าสมาชิกตกลงยินยอมสละสิทธิ์ในการฟ้องร้อง ดำเนินคดีต่อคณะกรรมการและพนักงานนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรทั้งทางแพ่งและอาญา

ข้อ 79.    สมาชิกหรือผู้ใช้ประโยชน์ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ หรือทำความเสียหายให้เกิดขึ้นแก่สาธารณูปโภค และบริการสาธารณะ ตลอดจนทรัพย์ส่วนบุคคลของสมาชิกอื่น ผู้จัดการโดยความเห็นชอบคณะกรรมการหรือที่ประชุมใหญ่ มีอำนาจในการงดให้บริการสาธารณะ และมีอำนาจในการงดให้บริการสาธารณะ และมีอำนาจริบเงินค่าประกันหรือเรียกเก็บค่าเสียหาย และ/หรือระงับมิให้ดำเนินการหรือสั่งการให้รื้อถอนส่วนใดๆ รวมทั้งสั่งการให้ปรับปรุงแก้ไข ให้อยู่ในสภาพเดิมโดยเป็นค่าใช้จ่ายของสมาชิกนั้น

ข้อ 80.    หากสมาชิกหรือบริวารหรือผู้ที่ได้รับอนุญาตไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร โดยคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรมีอำนาจดำเนินการในฐานะผู้เสียหาย หรือแทนผู้เสียหาย โดยการนำมาตราการในข้อ 79 มาบังคับใช้กำหนดเป็นเบี้ยปรับ หรือกำหนดมาตราการในการดำเนินการนั้น รวมทั้งแจ้งความฟ้องร้องหมู่บ้านจัดสรรและบริวาร หรือที่ได้รับอนุญาตนั้นให้ปฏิบัติตามข้อบังคับ และ/หรือให้ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

 

หมวดที่ 18

                       การจัดการสาธารณูปโภคบริการสาธารณะ และการบริหารหมู่บ้าน

ข้อ 81.    การจัดการบริการสาธารณะและการบริหารหมู่บ้าน ให้ผู้จัดการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการเป็นผู้จัดการตามอำนาจและข้อกำหนดที่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับนี้ทุกประการ โดยรวมถึงการออกกฎข้อบังคับ บทเฉพาะการหรือ กฎเกณฑ์ข้อบังคับเพิ่มเติมอื่นๆ โดยทั่วไป การจัดระบบความปลอดภัยต่างๆ จัดยามตรวจสอบการ เข้า-ออก และการจัดการอื่นๆ ตามความจำเป็น รวมทั้งการจ้างพนักงาน จ้างผู้ดำเนินการต่างๆ และกำหนดเงินค่าใช้จ่ายที่สมควรในการนั้นๆ

ข้อ 82.    ในกรณีที่ดินแปลงจัดสรรถูกเวนคืนบางส่วน ตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ให้สมาชิกซึ่งถูกเวนคืนที่ดินแปลงจัดสรรดังกล่าวหมดสิทธิในการเป็นสมาชิก และคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรประชุมใหญ่ภายใน 30 วัน เพื่อทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอัตราการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายและการลงคะแนนเสียง ตลอดจนสิทธิ และหน้าที่ต่างๆ เพื่อให้ถูกต้องสอดคล้องกับความเป็นจริงทันที พร้อมแจ้งให้คระกรรมการทราบ

ข้อ 83.    กรณีบุคคลภายนอกใช้สาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ได้ผ่านการเห็นชอบของคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร และ/หรือที่ประชุมใหญ่

 

หมวดที่ 19

                                                  การควบนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

ข้อ 84.    นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรอาจควบนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรอื่นก็ได้ แต่ต้องมีพื้นที่ติดต่อหรือใกล้เคียงกัน และที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรต้องมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ควบนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เว้นแต่ข้อบังคับจะกำหนดมติไว้เป็นอย่างอื่น ให้คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแต่ละแห่งร่วมกันยื่นคำจดทะเบียนควบนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามแบบที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางกำหนดต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาแห่งท้องที่ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ พร้อมด้วยหลักฐานดังต่อไปนี้

84.1            หนังสือสำคัญการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแต่ละแห่ง

84.2            รายงานการประชุมของที่ประชุมใหญ่ ของสมาชิกแต่ละแห่งที่มีมติให้ควบ นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร และเห็นชอบกับข้อบังคับของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรที่เกิดจากการควบ

84.3            สำเนาข้อบังคับของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรที่เกิดจากการควบ

84.4            บัญชีหนี้หรือภาระผูกพันของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแต่ละแห่ง และหนังสือยินยอมของเจ้าหนี้ ในการควบนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ( ถ้ามี )

84.5            บัญชีที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และทรัพย์สินส่วนอื่นของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแต่ละแห่ง

 

 

หมวดที่ 20

                                                            การยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

ข้อ 85.    เมื่อนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรจดทะเบียนจัดตั้งแล้ว  ต่อมาที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือมีกรณีให้ยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามที่กำหนดในข้อบังคับ ให้คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรยื่นคำขอจดทะเบียนยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามแบบที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางกำหนดต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาแห่งท้องที่ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่  พร้อมด้วยหลักฐานดังต่อไปนี้

                    85.1      หนังสือสำคัญการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

                    85.2      รายงานการประชุมของที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกที่มีมติให้ยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

        85.3      บัญชีที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภค  บริการสาธารณะ  และทรัพย์สินอื่นของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

               85.4       บัญชีหนี้หรือภาระผูกพันของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  และหนังสือยินยอมของเจ้าหนี้ให้ยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัด                                           สรร  ( ถ้ามี )

85.5       หลักฐานการจัดตั้งนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นเพื่อรับโอนที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภค  บริการสาธารณะ  และทรัพย์

   สินอื่นตาม ( 3 )  ไปจัดการและดูแลบำรุงรักษา  ( ถ้ามี )

 ข้อ 86.    เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาจดทะเบียนยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแล้ว  ให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเป็นอันยกเลิกและให้หมายเหตุการยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรในทะเบียนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและหนังสือสำคัญการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรทั้งสองฉบับนี้ให้ตรงกัน

                 ให้ที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตั้งผู้ชำระบัญชีภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่จดทะเบียนยกเลกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  และให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด  และบริษัทจำกัด  มาใช้บังคับแก่การชำระของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรโดยอนุโลม  ทั้งนี้ห้ามมิให้ผู้ชำระบัญชีจำหน่ายที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ  เว้นแต่ที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรจะมีมติเป็นอย่างอื่น  และได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ

                  ผู้ชำระบัญชีต้องจัดการชำระบัญชีของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรให้เสร็จภายในหนึ่งปี  นับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตั้งตามวรรคสอง  เว้นแต่คณะกรรมการจะกำหนดเวลาไว้เป็นอย่างอื่น

ข้อ 87.     ที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ  รวมทั้งทรัพย์สินของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรที่เหลือจากการชำระหนี้  ให้ผู้ชำระหนี้   ให้ผู้ชำระบัญชีโอนที่ดินและทรัพย์สินดังกล่าวให้แก่นิติบุคคลตามกฎหมายอื่นที่จัดตั้งตามข้อ  85.5

                  ในกรณีที่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมิได้จัดตั้งนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นเพื่อรับโอนที่ดินและทรัพย์สินดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง  ให้ผู้ชำระบัญชีดำเนินการดังต่อไปนี้

87.1        จดทะเบียนโอนที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภคให้เป็นสาธารณประโยชน์  หรือให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

87.2        จดทะเบียนโอนที่ดินอันเป็นบริการสาธารณะ  ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ทั้งนี้  องค์กรปกครองส่วนท้อง

ถิ่นผู้รับโอน  ต้องไม่ดำเนินการใด ๆ  อันเป็นการเปลี่ยนแปลงหรือส่งผลกระทบต่อการได้รับบริการ  หรือใช้  ประโยชน์ในสิ่งอำนวยความสะดวกเดิมของผู้ซื้อที่ดินจัดสรร

                     87.3     ทรัพย์สินอื่นให้จัดแบ่งแก่สมาชิกของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา  และการจัดการสาธารณูปโภค