• หน้าแรก
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • บริการสาธารณะ
    • กฏหมายน่ารู้
    • Link ที่เกี่ยวข้องกับสมาคม
    • ร่วมงานกับเรา
    • บริการถาม - ตอบปัญหา
  • ตารางการอบรม
  • เกี่ยวกับสมาคม ฯ
    • กิจกรรมที่ผ่านมา
      • ประจำปี 2549
      • ประจำปี 2548
      • ประจำปี 2547
      • ประจำปี 2546
      • ประจำปี 2545
      • ประจำปี 2544
      • ประจำปี 2543
    • ประวัติสมาคม
    • ประวัตินายกสมาคม
    • คณะกรรมการบริหาร
      • คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ
      • คณะที่ปรึกษาสมาคมฯ
    • ข้อมูลสมาชิกสมาคม ฯ
    • จรรยาบรรณ
    • ข้อบังคับ
    • กลยุทธ์การบริหารสมาคม ฯ
    • แบบฟอร์มสมัครสมาชิกสมาคม
    • วัตถุประสงค์หลักของสมาคมฯ
    • ผลงานของสมาคมฯ
  • ติดต่อสมาคม ฯ
  • เว็บบอร์ด
  • โครงสร้างเว็บไซต์



จรรยาบรรณ

  1. ผู้บริหารทรัพย์สินต้องรับผิดชอบ และให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกต่อสวัสดิภาพ สุขภาพและความปลอดภัยของสาธารณชน  และต่อสิ่งแวดล้อม
  2. ผู้บริหารทรัพย์สินต้องแสดงความคิดเห็น และข้อเท็จจริงตามหลักวิชาการ ตามที่ตนทราบอย่างถ่องแท้แก่สาธารณชนด้วยความสัตย์จริง
  3. ผู้บริหารทรัพย์สินต้องดำรง และส่งเสริมความซื่อสัตย์สุจริต เกียรติยศ และศักดิ์ศรีของวิชาชีพการบริหารทรัพย์สิน
  4. ผู้บริหารทรัพย์สินต้องปฏิบัติงานในสาชาที่ตนมีความรู้ความสามารถเพียงพอเท่านั้น
  5. ผู้บริหารทรัพย์สินต้องสร้างชื่อเสียงในวิชาชีพจากคุณค่าของงาน  และต้องไม่แข่งขันกันอย่างไม่ยุติธรรม
  6. ผู้บริหารทรัพย์สินต้องรับผิดของต่องาน  และผลงานในวิชาชีพของตน
  7. ผู้บริหารทรัพย์สินต้องใช้ความรู้และความชำนาญในงานวิชาชีพของตน  เพื่อผลประโยชน์ของผู้ว่าจ้างหรือลูกค้า  ซึ่งตนปฏิบัติงานให้เหมือนเป็นตัวแทนที่ซื่อตรงหรือเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางใจ
  8. ผู้บริหารทรัพย์สินต้องพัฒนา  และเผยแพร่ความรู้ทางวิชาชีพของตนตลอดเวลาที่ประกอบอาชีพการบริหารทรัพย์สิน  และต้องช่วยเหลือส่งเสริมอย่างจริงจัง  เพื่อเพิ่มพูนความรู้  และประสบการณ์ให้แก่ผู้บริหารทรัพย์สินในความดูแลของ

การอธิบายความหมาย
สมาคมบริหารสินทรัพย์แห่งประเทศไทย  ได้พบว่าร่างจรรยาบรรณที่เคยได้นำเสนอไปแล้วนั้นมีผู้ตีความไปต่างๆ  กัน  ทางสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย  จึงขอเสนอคำอธิบายความหมายของจรรยาบรรณเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป

จรรยาบรรณข้อ  1
"ผู้บริหารทรัพย์สินต้องรับผิดชอบและให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกต่อสวัสดิภาพสุขภาพและความปลอดภัยของสาธารณชน  และต่อสิ่งแวดล้อม"

หลักการข้อจรรยาบรรณข้อนี้  ก็คือผลประโยชน์ของสาธารณชนจะต้องมีลำดับความสำคัญสูงกว่าผลประโยชน์ส่วนบุคคลและอื่นๆ ดังนั้นสมาชิกแห่งประเทศไทย จะต้อง

  1. หลีกเลี่ยงไม่รับงานที่จะก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม  และความขัดแย้งกันระหว่างผลประโยชน์ที่ชัดเจนของผู้ว่าจ้าง  หรือสมาชิกชุมชนกับผลประโยชน์ของสาธารณชน
  2. ทำงานให้สอดคล้องกับหลักปฏิบัติในการประกอบวิชาชีพการบริหารทรัพย์สินที่ยอมรับได้โดยให้ระมัดระวังให้เรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยของชีวิตและสุขภาพของคนงานและสาธารณชน  รวมถึงทรัพย์สินซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบจากงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของตน
  3. พยายามป้องกันความเสียที่จะเกิดแก่ทรัพย์สินและสมาชิกชุมชน  โดยการแจ้งต่อผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องให้ทราบถึงสถานการณ์อันจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์สินและสมาชิกชุมชนขึ้นได้
  4. เผยแพร่ความรู้ทางด้านการบริหารทรัพย์สิน  และขจัดการเผยแพร่ข่าวสารอันเป็นเท็จหรือข่าวสารที่ขยายเกินความจริง  หรือไม่ยุติธรรม
  5. มีส่วนร่วมในการอภิปรายในที่สาธารณะ  เกี่ยวกับเรื่องทางการบริหารทรัพย์สิน  ในสาขาที่ตนเชี่ยวชาญ  ทั้งนี้  โดยพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำเช่นนี้จะเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของสาธารณชน

จรรยาบรรณข้อ  2
"ผู้บริหารทรัพย์สินต้องแสดงความคิดเห็น  และข้อเท็จจริงตามหลักวิชาการตามที่ตนทราบอย่างถ่องแท้แก่สาธารณชนด้วยความสัตย์จริง"

จุดประสงค์ของจรรยาบรรณข้อนี้  สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย  ต้องการให้สมาชิก

  1. แถลงถึงความคิดเห็นทางการบริหารทรัพย์สิน  ต่อสาธารณชน  เฉพาะเมื่อตนได้ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องที่แถลงนั้นอย่างถ่องแท้แล้ว
  2. ผู้ที่เป็นพยานในศาลให้ถ้วยคำต่อศาลด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและเฉพาะที่ได้รู้ชัดแจ้งเท่านั้นแต่จรรยาบรรณนี้ไม่ห้ามการตอบข้อซักถามที่ต้องการการคาดคะเน  และพินิจพิจารณาโดยอาศัยความรู้และประสบการณ์ของตนเอง  และความรู้ที่เกี่ยวข้องในวงกว้าง
  3. เปิดเผยถึงผลประโยชน์ใดๆ  ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการเงินหรือเรื่องอื่นใดที่อาจจะมีผลกระทบต่อดุลยพินิจของตน  ในเรื่องทางเทคนิคที่ตนกำลังแถลงหรือให้เป็นประจักษ์พยานอยู่

จรรยาบรรณข้อ  3
"ผู้บริหารทรัพย์สินต้องดำรง  และส่งเสริมความซื่อสัตย์สุจริต  เกียรติยศและศักดิ์ศรีของวิชาชีพการบริหารทรัพย์สิน"

จุดประสงค์ของจรรยาบรรณข้อนี้  ก็คือต้องการให้วงการอาชีพผู้บริหารทรัพย์สินมีความประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งที่ดีงาม  ให้เป็นที่ยอมรับนับถือของสาธารณชนทั่วไป  ดังนั้นสมาชิกของสมาคมฯจะต้อง

  1. ไม่โฆษณาผลงานของตนเองในลักษณะที่เป็นการโอ้อวด  และพึงหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ  ที่จะนำความเสื่อมเสียมาสู่วิชาชีพการบริหารทรัพย์สิน
  2. ปฏิบัติงานที่ได้รับมาทำ  อย่างถูกต้องตามหลักปฏิบัติและวิชาการของวิชาชีพ  โดยเคร่งครัด
  3. ประกอบอาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต  ไม่ใช้วิชาชีพในทางผิดกฎหมาย
  4. ไม่พัวพันเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือการประกอบงานอาชีพใดๆ  ซึ่งตนรู้อยู่ว่าเป็นการหลอกลวงไม่สุจริต
  5. ไม่อาศัยการคบค้าสมาคมกับบุคคลอื่นๆ  หรือหน่วยงานอื่นๆ  เพื่อปกปิดการกระทำที่ผิดศีลธรรมจรรยา
  6. ไม่ทำงานร่วมกับผู้บริหารทรัพย์สินที่ปฏิบัติตนผิดจรรยาบรรณ  หรือผู้บริหารทรัพย์สินที่ถูกลบชื่อออกจากทะเบียนการเป็นสมาชิกสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย  เพราะทำผิดจรรยาบรรณและต้องรายงานต่อสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย  เมื่อพบว่าสมาชิกของสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย  ทำผิดจรรยาบรรณ
  7. ไม่ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบธรรม  หรือใช้อิทธิพล  หรือทำให้ผลประโยชน์แก่บุคคลใดเพื่อให้ตนเอง  หรือผู้อื่นได้รับหรือไม่ได้รับงาน
  8. ไม่ละทิ้งงานที่ได้รับทำโดยไม่มีเหตุอันสมควร
  9. ไม่ลงลายมือชื่อเป็นผู้ประกอบวิชาชีพผู้บริหารทรัพย์สินในงานที่ตนไม่ได้ทำ  ไม่ได้ตรวจสอบหรือควบคุมด้วยตนเอง

จรรยาบรรณข้อ  4
"ผู้บริหารทรัพย์สินต้องปฏิบัติงานในสาขาที่ตนมีความรู้ความสามารถเพียงพอเท่านั้น"

จุดประสงค์ของจรรยาบรรณข้อนี้  สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย  ต้องการให้สมาชิก

  1. ไม่ประกอบวิชาชีพผู้บริหารทรัพย์สินเกินความสามารถที่ตนเองจะทำได้
  2. แจ้งให้ผู้ว่าจ้าง  หรือสมาชิกของชุมชนของตนทราบอย่างตรงไปตรงมาว่า  งานที่ได้รับมอบหมายมานั้นต้องการความรู้ความสามารถ  หรือประสบการณ์อย่างอื่นนอกจากสาขาวิชาที่ตนมีความรู้ความเชี่ยวชาญ

จรรยาบรรณข้อ  5
"ผู้บริหารทรัพย์สิน  ต้องสร้างชื่อเสียงในวิชาชีพจากคุณค่าของงาน  และต้องไม่แข่งขั้นกันอย่างไม่ยุติธรรม"

จุดประสงค์ของจรรยาบรรณข้อนี้  ต้องการให้ผู้บริหารทรัพย์สินไม่ประพฤติตัวอย่างไม่เหมาะสมในการประกอบวิชาชีพผู้บริหารทรัพย์สิน  อันจะเป็นการหาผลประโยชน์ใส่ตนเองสมาชิกของสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย  จะต้อง

  1. ไม่ใช้ข้อได้เปรียบ  หรือตำแหน่งอันมีอภิสิทธิ์ไปแย่งงานจากผู้ประกอบวิชาชีพผู้บริหารทรัพย์สินคนอื่นๆ
  2. ยึดหลักไว้เสมอว่างานใดที่ผู้บริหารทรัพย์สิน  ผู้หนึ่งผู้ใดทำไว้จะต้องให้เกียรติถือว่าเป็นผลงานของผู้บริหารทรัพย์สิน ผู้นั้น
  3. ไม่ควรกระทำการใดๆ  อันอาจจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียง  ความก้าวหน้า  หรือการปฏิบัติวิชาชีพของผู้บริหารทรัพย์สินอื่นๆ
  4. ไม่ปลอมแปลงและไม่ให้ข้อมูลที่ผิดพลาดเกี่ยวกับคุณสมบัติและประสบการณ์  หรือภาระความรับผิดชอบที่ผ่านมาของตน
  5. ไม่รับทำงานหรือตรวจสอบงานชิ้นเดียวกันกับผู้ประกอบวิชาชีพผู้บริหารทรัพย์สิน  คนอื่นที่ทำอยู่แล้ว  เว้นแต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่
  6. ไม่แทรกแซงงานของผู้บริหารทรัพย์สินอื่นๆ  เมื่อทราบว่าผู้บริหารทรัพย์สินนั้นได้มีข้อตกลงทำงานนั้นอยู่แล้วยกเว้นเมื่อผู้ว่าจ้างได้บอกเลิกการจ้างกับผู้บริหารทรัพย์สินผู้นั้นเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว
  7. ไม่แข่งขันกับผู้บริหารทรัพย์สิน  อื่นด้วยการตัดราคาค่าจ้างของตนให้ต่ำกว่าของผู้นั้นโดยเฉพาะเมื่อได้ทราบค่าจ้างของผู้นั้นแล้ว
  8. ไม่ใช้อิทธิพลหรือวิธีจ่ายค่าตอบแทนต่างๆ  ในการแข่งขันกับผู้บริหารทรัพย์สินอื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งงานนั้น
  9. ละเว้นการวิพากษ์วิจารณ์งานของผู้บริหารทรัพย์สินอื่น ต่อสาธารณะ  เว้นแต่จะเป็นการปฏิบัติหน้าที่
  10. ไม่จ่ายเงินและไม่เสนอสิ่งตอบแทนทั้งโดยตรงและโดยอ้อม  เพื่อให้ได้งานมาทำ
  11. พึงรับงานจากผู้ว่าจ้างโดยคำนึงถึงความเป็นอิสระเชิงวิชาชีพ  และประมวลจรรยาบรรณเป็นหลัก

จรรยาบรรณข้อ 6
"ผู้บริหารทรัพย์สินต้องรับผิดชอบต่องาน  และผลงานในวิชาชีพของตน"

จรรยาบรรณข้อนี้หมายความว่า  สมาชิกของสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทยต้อง

  1. ระลึกอยู่เสมอว่างานทุกอย่างที่ทำไปนั้น  ตนต้องรับผิดชอบตลอกการทำงานตามสัญญาว่าจ้าง
  2. ระลึกอยู่เสมอว่าผลงานที่ทำไปแล้วอาจจะมีผลกระทบต่อความปลอดภัย  และคุณภาพชีวิตของชุมชน
  3. ติดตามตรวจสอบผลงานการบริหารงาน  หรือการให้คำปรึกษาของตนตลอดระยะเวลาการทำงาน
  4. บริหารหากพบข้อบกพร่องใดๆ  อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ว่าจ้างหรือสมาชิกชุมชนหรือแก่สาธารณชน  สมาชิกของสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทยต้องเร่งรัดจัดการแก้ไขโดยไม่ต้องมีการทักท้วงก่อน

จรรยาบรรณข้อ 7
"ผู้บริหารทรัพย์สินต้องใช้ความรู้และความชำนาญในงานวิชาชีพของตน  เพื่อผลประโยชน์ของผู้ว่าจ้าง  และสมาชิก  ชุมชน  ซึ่งตนปฏิบัติงานให้เหมือนเป็นตัวแทนที่ซื่อตรงหรือเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางใจ"

จุดประสงค์ของจรรยาบรรณข้อสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย  ต้องการให้สมาชิก

  1. ต้องซื่อตรงต่อผู้ว่าจ้างและสมาชิกชุมชน  เมื่อต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่ตนเป็นตัวแทนหรือผู้ได้รับความไว้วางใจจากบุคคลเหล่านั้น
  2. แสดงฐานะของตนให้ผู้ว่าจ้างทราบก่อนที่จะรับดำเนินการ  ในกรณีที่ได้รับแต่งตั้งให้ตัดสินงานหรือสิ่งอื่นที่ตนอาจจะมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องอยู่ด้วย
  3. ไม่เปิดเผยความลับของงานที่ตนได้รับเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้าง
  4. ต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในฐานะเป็นผู้รับเหมา  หรือคู่สัญญาว่าจ้างร่วมทุน  ในการประกวดราคางานซึ่งตนเป็นตัวแทนของผู้ว่าจ้าง  หรือสมาชิกชุมชน  นากจากจะได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้างเสียก่อน
  5. ไม่รับค่าตอบแทนหรือเงินเหนือสิ่งอื่นใด  จากผู้ว่าจ้างหลากรายในการให้บริการงานชิ้นเดียวกัน  นอกจากจะได้รับอนุญาตจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายแล้ว
  6. ไม่เรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อย่างใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบจากผู้รับจ้างหรือบุคคลใดซึ่งเกี่ยวข้องกับงานที่ทำอยู่กับผู้ว่าจ้าง
  7. ไม่เรียกร้องหรือรับเงิน  หรือสิ่งตอบแทนที่มีค่าอย่างยิ่ง  จากผู้ขายสินค้าและบริการ  หรือสมาชิกชุมชนในกรณีที่สมาชิกเป็นผู้กำหนดหรือทำให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของผู้ขายผู้นั้น
  8. ไม่เรียกร้องหรือรับของกำนัลทั้งในทางตรงและทางอ้อมจากผู้รับจ้างหรือผู้ขายสินค้าบริการหรือบุคคลอื่นๆ  ที่เกี่ยวข้องกับผู้ว่าจ้างหรือลูกค้าของสมาชิกในงานที่สมาชิกรับผิดชอบอยู่
  9. แนะนำผู้ว่าจ้างของตนให้จ้างผู้เชี่ยวชาญมาดำเนินการสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ว่าจ้างและให้ความร่วมมือเต็มที่
  10. ให้คำแนะนำแก่ผู้ว่าจ้างหรือสมาชิกชุมชน  เมื่อตนได้ศึกษาแล้วเชื่อว่างานที่จะให้ดำเนินการนั้นจะไม่ประสบความสำเร็จ
  11. แจ้งให้ผู้ว่าจ้างของตนทราบทันทีถึงกิจการใดๆ  ซึ่งตนมีส่วนเสียและอาจจะเป็นคู่แข่งหรือมีผลกระทบต่อธุรกิจของผู้ว่าจ้าง  และสมาชิกต้องไม่ยอมให้ผลประโยชน์ธุรกิจใดๆมีอิทธิพลเหนือการติดสินใจเกี่ยวกับงานการบริหารทรัพย์สินที่ตนทำอยู่

จรรยาบรรณข้อ 8
"ผู้บริหารทรัพย์สินต้องพัฒนา  และเผยแพร่ความรู้ทางวิชาชีพของตนตลอดเวลาที่ประกอบอาชีพการบริหาร  ทรัพย์สิน  และต้องช่วยเหลือส่งเสริมอย่างจริงจัง  เพื่อเพิ่มพูนความรู้  และประสบการณ์ให้แก่ผู้บริหารทรัพย์สินในความดูแลของตน"

หลักการข้อนี้มีความประสงค์ให้ผู้บริหารทรัพย์สินมีการพัฒนาอาชีพโดยขยายเขตความรู้และเพิ่มพูนทักษะของตนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของหลักวิชาการบริหารทรัพย์สินและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องนอกจากนั้นสมาชิกยังต้อง

  1. ให้ความร่วมมือในการส่งเสริมวิชาชีพผู้บริหารทรัพย์สินโดยการแลกเปลี่ยนข่าวสารความรู้และประสบการณ์กับผู้บริหารทรัพย์สิน
  2. สนับสนุนให้ลูกจ้างหรือผู้ใต้บังคับบัญชาในงานอาชีพของตนได้ศึกษาต่อ
  3. สนับสนุนนิสิต  นักศึกษา  และโครงการช่วยงานสมาคมผู้บริหารทรัพย์สิน  รวมทั้งสถาบันการศึกษาให้ได้รับความรู้และผลประโยชน์มากยิ่งขึ้น
  4. เผยแพร่ความรู้การบริหารทรัพย์สิน

 

1/765 หมู่17 ถนนพหลโยธิน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12130
โทร : 02-9935080 ต่อ 211 โทรสาร : 02-9935080 ต่อ 219 อีเมล์ : samakom@pmathai.org